ถ้าพูดถึงหนึ่งใน miss universe ที่อยู่ในใจของคนไทยแล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้น นาตาลี เกลโบวา หรือที่คนไทยตั้งชื่อเล่นให้เธอว่า “ฟ้า” miss universe ปี 2005 จากประเทศแคนาดา อย่างแน่นอน ผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มที่ชวนหลงใหล และดวงตาสีฟ้าที่สสวยสะดุดตา นอกจากความเฉิดฉายบนเวทีประกวดนางงามแล้ว หลายคนอาจรู้จักเธอในฐานะอดีตหวานใจของภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสชื่อดังของไทยอีกด้วย แต่กว่าการที่เธอจะมายืนสวมมงกุฏนางงามจักรวาลได้นั้น บอกได้เลยว่าชีวิตของเธอต้องฟันผ่าอะไรมามากมาย
นาตาลี เกิดที่เมืองทูออปส์ ประเทศรัสเซีย พ่อแม่ของเธอเป็นคนรัสเซีย ตอนเด็กๆ นาตาลี สนใจการเล่นเปียโนคลาสสิค และ ยิมนาสติก แต่เมื่อเธออายุได้ 13 ปี จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตก็มาถึง เมื่อพ่อแม่ของเธอตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตที่ประเทศแคนาดา แต่ชีวิตใหม่ในแคนาดานั้นไม่ราบรื่นสำหรับเธอ เธอมักถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนเรื่องรูปร่างหน้าตา ที่ตอนนั้นเธอใส่แว่น หน้ามีสิว ใส่เหล็กดัดฟัน และผมยุ่งกระเซิง รวมถึงล้อเลียนการเป็นผู้อพยพของเธอ นั่นทำให้นาตาลีรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเท่าใดนัก
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อเธอดูการประกวด Miss Universe ในปี 2002 ที่ ออกซานา ฟีโดโรวา นางงามจากรัสเซียคว้ามงกุฎไป ชัยชนะของออกซานา สร้างแรงบันดาลใจให้นาตาลี อยากไปประกวด miss universe ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะเธออยากเอาประสบการณ์การได้ไปประกวดนางงามจักรวาลมาเล่าให้ลูกหลานฟังในอนาคต นั่นทำให้นาตาลีตัดสินใจส่งอีเมลไปสมัครเพื่อเข้าประกวด Miss Universe Canada ในปี 2004 ท่ามกลางเสียงปรามาสจากเพื่อนๆ ว่า “เป็นผู้อพยพคงไม่ชนะหรอก”

หลังจากการประกวดในระดับเมือง นาตาลีก็ชนะ และผ่านเข้าไปประกวด Miss Universe Canada ในรอบสุดท้ายได้สำเร็จ ก่อนการประกวดเธอซุ่มฟิตซ้อมออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และปรับบุคลิกภาพ เช่นเดียวกับการดูเทปการประกวดในปีก่อนๆ เพื่อถอดบทเรียนจากผู้ชนะ ในปีนั้นนาตาลีไปถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ที่จะต้องตัดสินด้วยการตอบคำถาม แต่ในการประกวด Miss Universe Canada ครั้งนั้น เธอกลับประหม่าและพยายามลอกเลียนแบบผู้ชนะการประกวดคนก่อนมากจนเกินไป ทำให้เธอตอบคำถามได้ไม่ดีเท่าไหร่ และนั่นคือความผิดหวังครั้งใหญ่ เพราะเธอได้อันดับที่ 3
หลังจากการประกวดในครั้งนั้น เธอก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เธอเรียนจบมหาวิทยาลัย ด้านพาณิชยศาสตร์ และทำงานเป็นผู้ช่วยผู้บริหารในบริษัทเบียร์แห่งหนึ่งที่แคนาดา แต่ชีวิตแบบคนทำงานปกติเข้างาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น กลับเป็นชีวิตที่น่าเบื่อสำหรับเธอ เธอไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้พัฒนาตัวเอง และรู้สึกว่างานที่ทำไม่ใช่ตัวของเธอเลยแม้แต่น้อย เธอจึงตัดสินใจออกจากงานประจำและแก้มือด้วยการเข้าประกวด Miss Universe Canada อีกครั้งในปี 2005
ในครั้งนี้นาตาลีกลับมาด้วยความตั้งใจที่มากกว่าเดิม เธอทำสมุดบันทึกเป้าหมายของตัวเองสำหรับการเตรียมพร้อมในทุกขั้นตอน เธอเตรียมตัวเป็นอย่างดี เป็นตัวของตัวเองไม่ต้องพยายามเป็นเหมือนใคร และตอบคำถามด้วยความมั่นใจ จนสามารถคว้ามงกุฎและสายสะพาย Miss Universe Canada ได้สำเร็จ โดยที่เป็น Miss Universe Canada คนแรกที่เป็นผู้อพยพอีกด้วย จากชัยชนะครั้งนั้นทำให้เธอต้องไปประกวด Miss Universe 2005 ที่ปีนั้นจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร และหนึ่งในคณะกรรมการของปีนั้นก็คือคุณปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ปี 1988 จากประเทศไทย

นาตาลี เตรียมตัวเพื่อการประกวด Miss Universe อย่างเต็มที่ ทั้งการออกกำลังกาย และการคุมอาหาร ทำให้เธอเดินทางมายังเมืองไทยด้วยความพร้อมที่เต็มเปี่ยม เธอผ่านรอบ Preliminary และรอบเดินแบบชุดว่ายน้ำอย่างมั่นใจ จนมาถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ที่เธอจะต้องตอบคำถามนางงาม ประชันกับตัวแทนจากเปอร์โต ริโก, เวเนซุเอลา, โดมินิกัน และเม็กซิโก สำหรับนาตาลีแล้ว เธอรู้สึกว่าการเข้าถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ก็เหมือนเธอชนะการแข่งขันไปแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์ของเธอจะจบลงด้วยอันดับที่เท่าไหร่ เธอก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ
ในรอบ 5 คนสุดท้าย นาตาลี จับได้คำถามจากโดมินิกัน นั่นก็คือ “อะไรคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคุณ” ซึ่งเธอก็ตอบอย่างมั่นใจในทันทีว่า ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอคือการที่ต้องพยายามเป็นคนมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา เธอคิดว่าเธอเป็นคนที่คิดบวก แม้บางครั้งชีวิตจะทำให้การมองโลกในแง่ดีนั้นทำได้ยาก แต่เธอก็จะพยายามที่จะคิดบวกให้ได้เสมอ แล้วปิดท้ายด้วยคำว่า “ขอบคุณค่ะ” เป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ ซึ่งการพูดภาษาไทยและการยกมือไหว้ขอบคุณทำให้นาตาลีได้ใจคนไทยไปเต็มๆ เลยก็ว่าได้
เมื่อพิธีกรประกาศผลว่านาตาลี เกลโบวา เฉือนชนะ ตัวแทนจากเปอร์โตริโก เธอได้รับมงกุฎและสายสะพายจากมือของ Jennifer Hawkins miss universe คนก่อน ท่ามกลางความดีใจของกองเชียร์และครอบครัวของเธอ โดยเธอเป็นคนแคนาดาคนที่สองที่ได้เป็น Miss Universe ต่อจาก แคเรน ไดแอน บอลด์วิน ที่คว้ามงกุฎได้ในปี 1982 และเธอยังเป็น เป็น Miss Universe คนแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นผู้อพยพอีกด้วย จากชัยชนะในครั้งนี้ นาตาลี ได้เรียนรู้ว่า ถ้ามีคนบอกว่าเธอทำอะไรไม่ได้ล่ะก็ จงพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเธอทำได้ และการเป็น Miss Universe 2005 คือการพิสูจน์เพื่อเอาชนะความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองได้สำเร็จ

นาตาลีได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจทั่วโลกในฐานะนางงามจักรวาล เธอได้ทำกิจกรรมให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ และเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศไทย นอกจากนี้เธอยังเป็น brand ambassador และพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าหลายต่อหลายชิ้น และอำลาตำแหน่งอย่างยิ่งใหญ่ในการประกวด miss universe ปี 2006 ที่เมืองลอส แองเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยส่งต่อมงกุฎนี้ให้กับ ซูเลกา ริเวร่า จากเปอร์โต ริโก
หลังจากลงจากตำแหน่งนางงามจักรวาล นาตาลีตัดสินใจย้ายมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ด้วยความชื่นชอบในอาหาร อากาศ วัฒนธรรม และความน่ารักของคนไทย ในปี 2007 เธอก็ได้แต่งงานกับภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสชื่อดังชาวไทย แต่น่าเสียดายที่ทั้งคู่ต้องเลิกรากันในปี 2011 ด้วยเหตุผลที่ว่าทั้งเธอและภราดร ต่างยุ่งกับงานของตัวเอง จนไม่มีเวลาให้กันนัก แต่ถึงแม้จะเลิกรากัน ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนถึงทุกวันนี้
ด้วยความผิดหวังในความรัก นาตาลีเลยตัดสินใจลิสต์เสปคของผู้ชายในฝันไว้ในสมุดบันทึก ซึ่งเธอบอกว่าเธอลิสต์มาอย่างละเอียดได้ถึง 5 หน้าเลยทีเดียว และสวรรค์ก็เป็นใจเมื่อในปี 2014 เธอก็พบรักกับ ดีน เคลลี่ นักธุรกิจหนุ่มละติน อเมริกัน ชาวปานามา เจ้าของดีกรี Mister Panama ในปี 2001 ทั้งคู่ได้แต่งงานกันในปี 2017 และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คนชื่อน้องมายา โดยเธอตั้งชื่อลูกตามชื่อของอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ หนึ่งในสถานที่ที่เธอและดีนไปออกเดตด้วยกัน

ปัจจุบัน นาตาลี อาศัยอยู่กับสามีและลูกสาวของเธออย่างมีความสุขที่ประเทศไทย และเธอก็ยังได้นำความสำเร็จในชีวิตของเธอ มาสรุปเป็นบทเรียน ทั้งในรูปแบบของหนังสือ และคอร์สออนไลน์ โดยที่นาตาลีทำหน้าที่เป็นโค้ช อบรมให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ รวมถึงเป็นวิทยากรให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในอีเวนต์ต่างๆ นอกจากนี้ เธอยังได้ทำหน้าที่โค้ชคอยให้แนะนำผู้หญิงรุ่นใหม่ที่สนใจประกวดนางงามอีกเช่นกัน นักเรียนแต่ละคนที่เธอโค้ชให้นั้นก็สามารถก้าวขึ้นไปคว้ามงกุฎ Miss Universe Canada ใน 2018, 2019 และ 2020 ได้อีกด้วย
และนี่คือชีวิตของนาตาลี เกลโบวา Miss Universe ปี 2005 ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายต่อหลายคน ผู้เชื่อในความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ จนเธอสามารถไปถึงเป้าหมายที่ฝันใฝ่ได้จริงๆ