คนเห็นต่างไม่ใช่ลูกแกะหลงทาง

Posted by

หลายปีก่อน เราเคยช่วยเพื่อนทำวิจัยเกี่ยวกับปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งในแหล่งข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยนั้นคือบทสัมภาษณ์ของผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่ง ที่ก่อตั้งศูนย์เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาแบ่งแยกดินแดน เขาตั้งศูนย์นั้นขึ้น เพราะเขามองว่าคนที่รัฐไทยมองว่าโจรใต้นั้น แท้จริงไม่ใช่อาชญากร แต่เป็นคนไทยคนหนึ่งที่หลงผิด

ศูนย์มีหน้าที่เรียกคนเหล่านั้นมาคุย ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ไปพร้อมกับการให้ความรู้เรื่องรัฐไทย เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นกลับไปก่อเหตุอีก ผู้ว่าคนนี้ได้รับคำชื่นชมจากหน่วยงานราชการมากมาย ได้รางวัลมากมี แต่เราฟังบทสัมภาษณ์นั้นแล้ว เรากลับรู้สึก “อิหยังวะ” อยู่ในใจ


เมื่อวานนี้ มีวิดิโอออกใหม่ของกรมประชาสัมพันธ์ เป็นเรื่องของแม่-ลูก ทะเลาะกันเรื่องลูกไปม็อบ หนังเรื่องนี้วางภาพแม่เป็นผู้ใหญ่ที่หนักแน่นด้วยเหตุผล สามารถโน้มน้าวใจให้ลูกไม่เห็นด้วยกับม็อบได้ ด้วยเหตุผลว่า ยังไงเราก็เป็นบ้านเดียวกัน ซึ่้งเราก็รู้สึก “อิหยังวะ” ไม่ต่างกัน

ที่เรารู้สึก “อิหยังวะ” นั้นไม่แปลว่า เรามองว่าผู้แบ่งแยกดินแดนหรือคนไปม็อบนั้นไปฝ่ายถูก แต่เรามองว่า การเปลี่ยนมุมมองจาก การเห็นคนเห็นต่าง = เชื้อร้ายที่ต้องกำจัด มาเป็น ลูกแกะหลงทาง ที่ต้องถูกต้อนให้เข้าคอก ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ และเป็นวิธีการลดความขัดแย้งที่มักง่ายที่สุด ด้วยการเสแสร้งว่าเป็นคนดี และเอาอำนาจที่ตัวเองมีไปปิดปากอีกฝ่าย

เรามองว่าการถกกันเรื่องปัญหาใดๆ ก็ตาม มันไม่ใช่ การพูดคุยโดยพื้นฐานว่า “ฉันถูก เธอหลงผิด” และ “ฉันมีหน้าที่ชี้ทางสว่าง” แต่มันคือการเชื่อว่าฉันมีโอกาสผิดและเธอมีโอกาสถูกพอๆ กัน และเรามาคุยกันเพื่อให้แต่ละฝ่ายได้มีโอกาสอธิบาย เพื่อทำความเข้าใจความคิดของตัวเองและคนอื่นมากขึ้น โดยผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าไม่มีสิทธิไปล่วงเกินการตัดสินใจของอีกฝ่าย และถ้าจะให้ดีผู้มีอำนาจมากกว่าก็ควรสนับสนุนอีกฝ่ายเท่าที่ตัวเองทำได้ แม้ว่าตัวเองจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ไม่รู้สิ ถ้าเราเป็นผู้ว่าคนนั้น เราคงหาทางนัดให้ผู้ต้องหา อธิบายตัวเอง สร้างเป็นข้อเรียกร้องต่างๆ และนัดให้ผู้ต้องหาคนนั้นไปคุยกับ สส. ในพื้นที่ เพื่อให้เอาเรื่องนี้ไปพูดในสภา เพื่อทำให้การเรียกร้องเป็นไปอย่างสันติและยุติธรรมตามระบบ

เช่นเดียวกัน ถ้าเราเป็นพ่อแม่ของน้องในหนังสั้นเรื่องนั้น เราคงถามเพื่อให้ลูกตัวเองอธิบายเหตุผล จากนั้น เราจะบอกว่าเราไม่เห็นด้วยกับม็อบนั้นเพราะอะไร และบอกว่าถ้าลูกจะไปก็ไม่ว่าอะไร แต่ให้อยากให้อ่านข้อแนะนำของ iLaw เพื่อป้องกันตัวเองเวลาโดนตำรวจเรียกพบไว้ด้วย

ปัญหาคือ พ่อแม่หลายๆ คนมักจะหลงตัวเองว่าการใช้มายาคติพ่อแม่คือพระในบ้านมาครอบงำความคิดลูก คือการแสดงความห่วงใย และชี้ทางสว่างในฐานะพ่อแม่ที่ดี เช่นเดียวกับผู้ว่าคนนั้นที่เล่นบท Good Cop ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เล่นบท Bad Cop จะทำให้ปราบโจรใต้ได้ง่ายขึ้นและตัวเองได้หน้าในสื่อต่างๆ

ซึ่งนั่นนำมาสู่คำถามสำคัญว่า “สันติวิธี” จะมีประโยชน์อันใด ถ้าการถกเถียงนั้นไม่ได้เกิดจากการเปิดรับว่าอีกฝ่ายมีส่วนถูกในความคิดของเขาเอง เป็นแค่หาทางตะล่อมให้ลูกแกะเดินเข้าคอกที่เรากั้นไว้ โดยที่เราไม่ต้องยกไม้มาฟาดเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s