Me & My Fear

Posted by

มีสี่สิ่งที่เรากลัวมากที่สุดในชีวิต คือ

“1. ความเข้าใจผิด” ตอนเด็กๆ เราดูการ์ตูนนิทานเรื่อง “พระราชาแก้ผ้า” และรู้สึก “หลอน” มากๆ เราไม่ได้กลัวที่เห็นตัวการ์ตูนโป๊ แต่เราเจ็บปวดที่เห็นพระราชาในการ์ตูน เดินยิ้มโดยไม่รู้ความจริง “ความไม่รู้” หลอกหลอนเราอีกหลายอย่าง เช่น เราดูหนังเรื่อง Fan Day และ The Mist แล้วรู้สึกเจ็บปวดมากๆ ที่การรับรู้ของตัวเอก ไม่ตรงกับความจริง เลยนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด และต้องแบกรับผลกรรมนั้นไปตลอด มันเจ็บเพราะว่าเราไม่รู้ว่ามันผิดตั้งแต่แรก ไม่งั้นคงจะไม่เลือก

2. “การเป็นเงาอดีตของตัวเอง” มีมนุษย์ระดับเทพหลายคนที่ตอนบั้นปลายในชีวิตพังเละเทะและทำไม่ได้เท่าที่เขาเคยประสบความสำเร็จในอดีต เช่น นักฟุตบอลอย่าง Freddy Adu, Fabio Paim, ศักรินทร์ จันทร์โยธา ที่ทุกคนจำเขาได้ว่าเป็นดาวรุ่งที่เคยเก่ง ที่สุดท้ายชีวิตก็ไปไม่ถึงไหน หรือมือเบสแจ๊สระดับโลกอย่าง Jaco Pastorius ที่ตอนก่อนตายกลายเป็นชายติดเหล้า, ประสาทหลอน และตายอย่างโฮมเลส หรือนักแสดงอย่าง Freddy Prince Junior, Jonathan Taylor Thomas, Brad Renfro เราเชื่อเรื่องพัฒนาการมากๆ และชีวิตที่อยู่กับเงาอดีตคือความหดหู่ที่เรากลัวมากๆ

3. “ภาวะไร้พลังอำนาจ” ลองนึกภาพว่าเป็นนักโทษการเมือง คดีความมั่นคง และโดนจับเป็นผู้ต้องหา แน่นอนด้วยความเชื่อของเรา เราอยากหลุดคดีเพื่อพิสูจน์ความเชื่อ แต่พบว่าความจริงเรามีชอยส์แค่ 2 ทางคือ สู้คดี ซึ่งจะทำให้เราติดคุกเต็มโทษที่ระบุไว้ กับอีกทางหนึ่งคือยอมสารภาพแต่แรก จะโดนลดโทษกึ่งหนึ่ง แต่นั่นแปลว่าเราต้องยอมรับว่าเราผิด สุดท้ายเมื่อหนีเสือปะจระเข้ เราก็เลือกได้แค่ว่าจะโดนเสือกินหรือโดนจระเข้กิน เรากลัวภาวะแบบนี้มากที่เราไม่สามารถพลิกกับมารับผลลัพธ์ที่ต้องการได้

4. “ความคลุมเครือ” / “การหวังพึ่งความบังเอิญ” ลองนึกถึงภาพการออกแบบโปสเตอร์และลูกค้าบอกว่า “ออกแบบได้ตามใจ” พอทำมาให้เลือก 5 แบบก็ไม่เอาสักอย่าง พอเราถามว่าต้องการอะไร ลูกค้าก็ตอบว่า “ผมไม่ได้มีหน้าที่บอกว่าผมต้องการอะไร ถ้าคุณทำในสิ่งที่มันใช่และผมเห็นว่ามันใช่ ผมก็จะบอกคุณเอง” หรือความสัมพันธ์ที่บอกว่า “ถ้ามันใช่เดี๋ยวมันก็ใช่เอง ถ้าไม่ใช่พยายามให้ตายก็ไม่ใช่” เราจะอึดอัดมากๆ ซึ่งถ้าบอกว่าต้องการอะไรชัดๆ คาดหวังมาเลย ทำได้ไม่ได้ เราจะได้ตอบได้อย่างสบายใจ ซึ่งแน่นอนว่าการบอกว่า “ถ้าไม่ใช่พยายามให้ตายก็ไม่ใช่” มันจะ trigger ความกลัวในข้อที่สามมากๆ เพราะสุดถ้าเราไม่ใช่ตั้งแต่แรก เราก็ไร้พลังอำนาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์โดยทันที

หรือแม้แต่สเตตัสนึงในเฟซบุ๊คที่คนโพสต์เขียนไว้ว่า “ต้องการกำลังใจจากใครบางคนเท่านั้น ถ้าคนที่เข้ามาแสดงความห่วงใยหรือให้กำลังใจไม่ใช่คนที่ฉันต้องการ ฉันจะเหวี่ยงใส่หรือทำตัวแย่ๆใส่ทันที” อันนี้จะ trigger ความกลัวเรื่องความคลุมเครือมากๆเลย เราเกลียดภาวะเดินในหมอก และต้องรับผิดชอบผลของความไม่รู้ในสถานการณ์คลุมเครือสุดๆเลย

มีวิธีจัดการกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไรได้บ้างนี่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s